"อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน"
posted on 02 Aug 2008 23:46 by aekazitt
| "อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน | จิตใจอาวรณ์มาเล่าสู่กันฟัง | |
| อยุธยาแต่ก่อนนี้ยัง | เป็นดังเมืองทองของพี่น้องเผ่าพงศ์ไทย | |
| เดี๋ยวนี้ซิเป็นเมืองเก่า | ชาวไทยแสนเศร้าถูกข้าศึกรุกราน | |
| ชาวไทยทุกคนหัวใจร้าวราน | ข้าศึกเผาผลาญแหลกราญวอดวาย | |
| เราชนชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ | อนุสรณ์เตือนให้ชาวไทยจงมั่น | |
| สมัครสมานร่วมใจกันสามัคคี | คงจะไม่มีใครกล้าราวีชาติไทย" | |
|
เพลงประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
|
||
| ชื่อเพลง : อยุธยาเมืองเก่า | ||
|
คำร้อง – ทำนอง สุรินทร์ ปิยานันท์ อ้างอิงจาก : http://www.ayutthaya.go.th >> http://www.ayutthaya.go.th/song.htm |
||
วันนี้มาก็ร้องรำทำเพลงกันเลย
เมื่อวานผมได้ไปทัศนศึกษามาครับ จะที่ไหนอีกนอกจาก กรุงศรีอยุธยานั่นเอง (ไม่งั้นคงไม่ร้องเพลงนี้หรอก)
สนุกมากครับ ปกติเวลาเดินทางโรงเรียนก็จะแบ่งรถบัสไปตามห้องเรียนของโรงเรียน
มีรถ4คันแบ่งกัน5ห้อง(บางห้องคนน้อย) แต่ครั้งนี้เค้าแบ่งเป็น 3 คัน 1ห้องครึ่ง
ผมอยู่ห้อง2ก็ไปขึ้นอยู่กับรถห้อง1 กับเพื่อนๆห้อง2อีก10กว่าคน
หลักการแบ่งยังไงหน่ะเหรอ เดินตามเพื่อนไปเรื่อยๆครับ รถคันไหนไม่ได้สนใจ (หัวหน้าห้องมันมั่วด้วยแหละ )
แต่ก็เฮฮากันดีครับ ส่วนใหญ่พวกเพื่อนๆผมก็สนิทกับเด็กห้อง1อยู่แล้ว
ผมหน่ะสิครับ ปกติก็โดนเพื่อนตัวเองล้อนู่นล้อนี่เต็มไปหมดอยู่แล้ว ตอนนี้ก็โดนเป็น2เท่า
แต่ก็เฮฮากันครับ
ถึงชื่อพ่อ2-3คนจะปลิวกันว่อนก็เถอะ
บนรถก็มีอาจารย์อยู่2คน แต่ไม่ใช่อาจารย์ที่ดูมากมายก็เลยเล่นกันได้ปกติ(เล่นไพ่ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้พนันอะไรกัน)
มัคคุเทศก์มีอยู่2คนบนรถ พี่หน่อย กับ พี่แนน หน้าเดิมทั้งคู่ ปีที่แล้วก็คนนี้แหละ
ระหว่างทางก็บรรยายประวัติคร่าวๆของอยุธยามาบางส่วน
ออกเดินทาง8โมงเช้าจากโรงเรียนในกรุงเทพ ไปถึงที่หมายเวลาใดก็ไม่ทราบ เพราะเฮฮากันบนรถมากไปรู้สึกเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน
ไปถึงก็ไปต่อแถวล่องเรือกันเลย ร้านอาหารสวนริมน้ำครับ อยู่ติดแม่น้ำป่าสักตรงใกล้ๆสุดสายเจ้าพระยา
มีเรือล่องไปดูทั่วๆ เรือล่องไปช้าๆ ผ่านวัดวาอารามและหมู่บ้านนานาชาติที่แบ่งกันไว้ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช
ผมก็ได้ฟัง อาจารย์ มณฑล ของมหาวิทยาลัยอยุธยามาบรรยายประวัติคร่าวๆของสถานที่ริมแม่น้ำที่เห็นกัน
สำหรับผมที่ไม่รู้อะไรมาก ก็สนใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่เพราะผมไม่ได้ต้องทำรายงานเหมือนคนอื่นๆ ผมก็เลยฟังอย่างสบายใจมากกว่า
หมู่บ้านนานาชาติก็จะมีหมู่บ้านโปรตุเกส ญี่ปุ่น ฮอลันดา อังกฤษ
แล้วก็จะมีหมู่บ้านมุสลิมแยกออกมา แต่เป็นคนไทยเหมือนกับพวกเรา
ริมแม่น้ำมีป่าสักและต่ออกมาตรงเจ้าพระยาสถานที่สำคัญหลายๆอย่างก็คือ วัดพุทไธศวรรย์ วัดพนัญเชิง โบสถ์นักบุญยอแซฟ เจดีย์สุริโยทัย วัดกะจะ วัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร
ผมจะไม่ลงลึกถึงประวัตินะครับ แต่ถ้าใครอยากรู้ก็จะมีประวัติคร่าวๆของที่ที่กล่าวมาและอื่นๆตามลิงก์นี้เลย
http://www.travel.lakkai.com/ayutthaya/
แล้วก็ล่องกลับมาทานอาหารกลางวันที่ สวนริมน้ำ ที่เดิม (โรงแรมอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ดูชื่อเลย)
ต่อจากนั้นก็เดินดูรอบๆสักพัก แล้วก็นั่งรถไปที่ ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา
ไปนั่งฟังบรรยายประวัติศาสตร์การค้าและการสร้างปราสาทเป็นภาษาอังกฤษครับ
ข้างในนี้ห้ามถ่ายรูป จะมีโมเดลเมืองอยุธยาสมัยโบราณครับ ก่อนที่หลายๆอย่างจะโดนย้ายมากรุงเทพ
(จริงๆแล้วผมก็ไม่มีกล้องหรอก พูดไปงั้นแหละ แต่ถึงมีก็คงไม่ได้เอาภาพมาโชว์ เพราะทุกครั้งที่ผมไปทัศนศึกษา ผมจะติดโฟโต้ฟีเวอร์ ถ่ายแต่ตัวเอง จนไม่ค่อยได้สนที่รอบข้าง ก็เลยวิ่งวนไปติดกล้องเพื่อนๆซะทั่วเลย)
ตอนฟังบรรยายผมก็ฟังอย่างตั้งใจอยู่ช่วงแรกๆ พอผ่านไปสัก10นาที ก็มีโรงเรียนอกีโรงเรียนพาเด็กมาเหมือนกัน
แต่เป็นเด็ก(คาดว่า)เด็กประถม ก็เลยเสียงดังมากจนแทบจะกลบเสียง ธรรมชาติของมนุษย์คือพอฟังอะไรไม่รู้เรื่องก็จะเริ่มพูดกับคนข้างๆซะเอง ก็เลยทำให้ฟังไม่รู้เรื่องไปอีก แต่ก็พอได้รับรู้ประวัติมาบางส่วนครับ
โมเดลข้างในก็สวบงามครับ ถึงจะไม่ใช่โมเดลอนิเมก็เถอะ ต่อไปพวกเราก็ไปต่อกันที่วัดหน้าพระเมรุ
ซึ่งจะมีพระพุทธนิมิตพิชิตมาร ที่มัคคุเทศก์บอกมาว่าเป็นต้นแบบของอุลตร้าแมน
(เคยได้ยินมานานแล้วว่ากันว่าอุลตร้าแมนจริงๆแล้วเป็นความคิดคนไทยสร้างแต่ถูกขโมยลิขสิทธิ์ไป)
ใครอยากอ่านประวัติก็ไปที่ : http://www.walkbackpack.com/p13.html
มาทัศนศึกษาทั้งที ขาดนี่ไปไม่ได้เลย "การทายนิสัยจากวันเกิด"
ปีที่แล้วก็โดนทายไปเหมือนกันมัคคุเทศก์คนเดิมเลย ผมเกิดวันพุธ พระพุทธรูปปางวัดป่าเลย์ไลก์
ซึ่งเป็นวัดที่ผมไปมาปีที่แล้วเลยแหละ
ปีนี้เค้าก็บอกมาว่า "คนเกิดวันพุธเป็นที่พูดเก่ง ไม่ได้พูดมากนะ แต่พูดดี ถ้ามีต้องทำอะไรเกี่ยวกับการพูดก็จะทำออกมาได้ดี ความรักจะเจอกับคนใกล้ตัว แฟนมักจะเริ่มจากความเป็นเพื่อน"
ส่วนจะตรงกับผมแค่ไหนนั้น ปล่อยให้ผมรู้ไปคนเดียวเถอะครับ แล้วก็ได้ไปดูพระพุทธรูปอีกรูปที่สร้างขึ้นในสมัยทรารวดี ทำให้แตกต่างจากที่อื่นมากๆ
ต่อมาพวกเราไปที่วัดใหญ่ชัยมงคลครับ
วัดนี้ผมไม่ได้เข้าไปดูข้างในครับ เพราะว่าเพื่อนผมคนหนึ่งข้อเท้าพลิก เดินไม่ไหว ผมเลยไปเดินคู่กับเขา
ก็เลยเดินมาถึงข้างนอกประมาณในรูปนี้แล้วก็ไหว้จากไกลๆครับ
เสียดายอยู่ที่ไม่ได้เข้าไป แต่ตัวไปไม่ถึงก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงก็ได้มาขนาดนี้แล้ว
ไปเดินอยู่กับเพื่อนดีกว่า รอบๆก็เป็นตลาดครับ ตอนเดินกลับรถก็ดูของทั่วไปเยอะแยะเต็มไปหมด
ผมก็ซื้อของมาบ้างครับ เป็นพวงกุญแจและอื่นๆ
ท้ายสุดจากนั้นพวกเราก็ไปดูซากปรักหักพังของวัดไชยวัฒนาราม
ซึ่งเป็นที่ที่เห็นชัดที่สุดของการลักลอบตัดเศียรพระพุทธรูปไปขายครับ
![]()
แต่พอมาถึงที่นี่ โฟโต้ฟีเวอร์ ก็เริ่มลงอาการหนัก ถ่ายรูปกับเพื่อนเต็มไปหมดเลยครับ
เนื่องจากกำหนดการเดินทางทั้งวันมันสายมากแล้ว ทำให้พวกเราอดไปดูปราสาทบางปะอินครับ
ก็เลยนั่งรถกลับมากรุงเทพ
แต่การเดินทางยังไม่จบแค่เพราะออกมาจากสถานที่สุดท้ายหรอก
บนรถบัสขากลับหน่ะสิครับเฮฮาซะยิ่งกว่าเดิมอีก
คาดว่าเป็นเพราะว่าตอนอยู่ตลาดรอบวัดใหญ่ชัยมงคล ทุกคนลงไปซื้อของกินกันมากมาย
น้ำตาลในเลือดสูงมากๆครับ คึกกันจนรถจอดเลยทีเดียว
โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ขามานั่งกันชั้นล่างของรถ(รถบัสสองชั้น)
ขึ้นมาร้องเพลงกันกลางรถเลยครับ My Happy Ending ของ Avril Lavinge
ดูแล้วสนุกตาม (ฟังดูหม้อนิดๆเลยเรา)
พวกผู้ชายเพลงไรมาก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว ร้องมันซะหมด
แล้วชื่อพ่อก็ปลิวกันว่อนต่อ เกมพกพา ไพ่ และของกินก็เกลื่อนกลาดกันเลย
กลับมาถึงหน้าโรงเรียน 18.30น ขากลับเร็วกว่าเยอะเพราะว่าขึ้นทางด่วนไม่เหมือนขาไป
รู้สึกเสียดายนิดๆที่มาเร็วไปเกิน เพราะทุกคนเองก็ยังสนุกสนานกันต่อ~~~



รูปบุดดาเบลส ได้ยัง?
#1 By Zairen_Bibliophobia on 2008-08-03 10:09